Entry นี้จะมาเล่าเรื่องประสบการณ์ขึ้นเครื่องบิน หลังจาก entry ที่แล้วเกือบตกเครื่องบิน (ฮา)

สายการบินที่เรานั่งคือ North west : Airbus xxx (จำรุ่นไม่ได้ ไม่ใช่รุ่น xxx)

จากกรุงเทพ -> ญี่ปุ่น (นาริตะ) ระยะเวลาที่ใช้คือ 6 ชั่วโมง

พอเข้าเครื่องก็เอาสัมภาระ คือกระเป๋าเก็บไว้ในช่องเหนือหัวเราค่ะ ก็เก็บได้เยอะพอตัวทีเดียว ถ้าคิดว่าไม่ได้ค่อยได้ใช้อะไรในกระเป๋าก็เก็บไว้ด้านบนนั่นแหละ เพราะว่าจะได้ไม่เกะกะขาเรา และเกะกะขาคนอื่นที่นั่งข้างเราด้วยค่ะ

ที่นั่งที่เราได้ติดกับหน้าต่างเป็นแบบสองที่นั่ง เราได้นั่งกับเพื่อนที่ไปด้วยกัน ที่นั่งในชั้น Economy ก็จะเป็นที่นั่งพอดีตัวมากๆ เอียงได้ไม่เยอะเท่าไหร่ (ถ้าใครมีประสบการณ์การนั่งรถไกลๆแล้วขาบวม แนะนำอย่าใส่กางเกงยีนส์) แต่ก็เหมือนสายการบินเค้าจะรู้ใจมีทีวีส่วนตัวชดเชยให้ แทนที่จะเป็นทีวีจอประมาณ 21" อยู่ตรงกลาง ทีวีส่วนตัวก็ทำได้สารพัดเลย ตั้งแต่ เล่นเกม, ดูหนัง, ฟังเพลง, ฟังข่าว ฯลฯ เราก็ดูหนัง กะฟังเพลงสลับกันไป หนังที่มีบนเครื่องบินก็มีอยู่หลายเรื่องเหมือนกัน ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด (ไม่มี sub title ด้วยตอนนั้นยังเป็นพวกกะเหรี่ยงอยู่เลยฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็เลยดูการ์ตูนไม่ก็นั่ง action นิดหน่อย อาศัยว่าพูดไม่เยอะ ศัพท์เข้าใจง่าย ฮา) ส่วนเพลงก็จะมีให้เลือกว่าอยากจะฟังแนวไหนจะเป็น pop, hiphop, rock, jazz ก็ว่ากันไป ก็ถือว่าแก้เซ็งระหว่างอยู่บนเครื่องบิน

พนักงานก็จะมาแจกหูฟัง ให้ตอนเครื่องเริ่มขึ้น อาจจะดูกิ๊กก๊อกไปหน่อย ก็แหมของแถมเอาอะไรมากมาย (ตอนลงแอร์จะมาเก็บหูฟังตามที่นั่งด้วย เอาไปใส่ถุงให้ดูเหมือนใหม่ ในเที่ยวบินต่อไป) ใครที่เป็นพวกดนตรีมีชีวิตจะเอาหูฟังขึ้นไปฟังด้วยก็ได้นะค่ะ ส่วนที่ปรับเสียงก็จะมีอยู่วางแขน ของเร ลองๆกดเล่นดู ถ้าไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนี้ก็หยิบคู่มือมาอ่าน(การใช้ชีวิตบนเครื่องบิน....อันนี้แซวเล่นค่ะ - -" มันจะอยู่ด้านหน้าเราค่ะ มีทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใช้ทีวีส่วนตัว, การใช้เครื่องช่วยชีวิตต่างๆ, ตำแหน่งที่หนีไฟ, แล้วก็ที่สำคัญสุดๆ รายการอาหารบนเครื่องค่ะ :P )

ที่นั่งเค้าก็จะมีหมอนใบเล็ก (เล็กจริงๆ แต่ก็นิ่มใช้ได้ทีเดียว) แล้วก็ผ้าห่มผืนไม่ใหญ่มาก - -" ถ้าใครตัวใหญ่ก็เสื้อกันหนาวช่วยท่านได้ค่ะ อ้อ ที่ปรับแอร์จะอยู่เหนือเราค่ะ ลองเล่นดูจะมีแบบเปิดไฟ กับปรับระดับแอร์ว่าจะเอาเย็นขนาดไหน

แอบแซวที่นั่งชั้น Business หน่อย ที่นั่งแอบไฮโซ (ก็เทียบเท่ากับ First Class สายการบินอื่นเลย เพราะว่า North West ที่เรานั่งไปมีแค่ Economy กับ Business Class เท่านั้น) ที่นั่งเป็นเก้าอี้หนังใหญ่ทีเดียวมีที่วางขา เพราะฉะนั้นเราจะเหยียดขาได้สบายเลยทีเดียว จอทีวีส่วนตัว ก็จะเป็นแบบดึงออกมาเลื่อนไปทางซ้าย ทางขวา ได้ ไม่เหมือนกับของเราที่ดึงออกมาได้นิดเดียวเอง T-T แต่ราคาก็คงจะแพงมากมายทีเดียว หึหึ

อาหารที่มาเซิร์ฟให้ก็จะเป็นพวกอาหารเช้าแบบอเมริกัน หรือว่าเป็นแบบไทย และอาจจะมีญี่ปุ่นผสมด้วย ก็เลือกตามความชอบของเราค่ะ (ดูรายละเอียดอาหารได้จากคู่มือที่อยู่ด้านหน้าค่ะ เค้าจะมีบอกเลยว่าอาหารเช้า มีอะไร อาหารกลางวันมีอะไร อาหารเย็นมีอะไร แล้วมีน้ำอะไรเซิร์ฟให้เราบ้าง) รสชาติต้องบอกว่าอร่อยทีเดียว :) ถือว่าโชคดี อิอิ เวลาขอน้ำก็ขอเค้าไปเลยค่ะ จะเป็นน้ำเปล่า น้ำอัดลม น้ำผลไม้ (เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่รู้ค่ะ) บางทีเค้าก็จะให้มาแก้วเดียว ถ้าอยากทานเยอะก็ขอเค้าเป็นขวดเลยก็ได้ สำหรับน้ำเปล่าก็จะได้มาขวดเล็กๆ กระทัดรัด ส่วนน้ำอัดลมก็จะได้มาเป็นกระป๋อง แต่สำหรับน้ำผลไม้เนียะจะได้มาทีละแก้วค่ะ

สำหรับห้องน้ำบนเครื่องบิน (Lavatory ศัพท์เฉพาะ ไม่ใช่ Restroom) ห้องก็จะพอดีตัวมากมาย แบบเข้าไปได้หนึ่งคน (สงสัยจังเวลาเข้าไปสองคนจะทำยังไง) ในหน้องน้ำ ก็จะมีอ่างล่างหน้า แก้วน้ำกระดาษ (เอาไว้แปรงฟันได้) แล้วก็กระดาษทิชชู่, ผ้าอนามัย, กระดาษรองนั่งสำหรับวางบนโถ (สำหรับผู้หญิงแนะนำว่าควรใช้นะค่ะ) อ้อ กระดาษพวกนี้พอเราใช้เสร็จเค้าจะมีถังแยกให้ใส่เลยว่าใส่อะไร เมื่อเราทำธุระเสร็จก็กดทำความสะอาดค่ะน้ำที่จะมาทำความสะอาดก็จะมีเล็กน้อยเท่านั้น เพราะว่าเค้าใช้ระบบสุญญากาศดูดเอาของเสียไปหมดเลยค่ะ (เวลาดูดนี่ดูรุนแรงมาก)

เราก็ฆ่าเวลาบนเครื่องด้วยการนอนหลับบ้าง ดูหนังบ้าง กินขนมบ้าง (เค้าจะมีพวกขนมขบเคี้ยวมาแจกให้) ก็ยังไม่ถึงญี่ปุ่นสักที ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นเดินทางที่เหนื่อยพอตัวทีเดียวเลย

เครื่องบิน landing ที่ญี่ปุ่นตอนประมาณบ่ายสอง (ถ้านับเวลาจริงๆ ก็จะประมาณเที่ยง +2 เพราะว่าญี่ปุ่นเร็วกว่าเราสองชั่วโมงค่ะ ก็เวลา Landing ก็รัดเข็มขัดให้ดี แล้วก็นึกถึงพ่อแก้วแม่แก้วไว้นะค่ะ (ไม่ใช่ค่ะ) ตอนที่เราไปเนียะ เครื่องต้องวนอยู่กลางอากาศนานทีเดียว เพราะว่า Runway ไม่ว่าง ตอนลงก็ให้ความรู้สึกตื่นเต้นดีทีเดียว อาจจะมีกระแทกนิดหน่อย สำหรับใครที่กลัวจะมึนหัวทั้งตอนเครื่องขึ้น - ลง เนียะก็นั่งตัวตรงหัวพิงเบาะไปเลยค่ะ แล้วก็หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกช้าๆ ช่วยท่านได้ค่ะ

พอเครื่องลงจอดเราก็ต้องเอาสัมภาระที่เราเก็บไว้ที่เก็บของเหนือหัวเราลงมาด้วยค่ะ (อย่าลืมเชียว เอาไปไว้ไกลที่นั่งตัวเองก็อย่าลืมไปตามเอากลับมานะค่ะ) จากที่นี่เราต้องเปลียนเครื่องบินไปอเมริกา คือจุดหมายปลายทางของพวกเราค่ะ :) ใครมาเป็นกลุ่มก็เกาะกันเอาไว้ให้ดีนะค่ะ จะได้ไม่มีปัญหาตอนไปเปลี่ยนเครื่อง ประมาณว่าเค้าไปไหนเราไปด้วย

จากนาริตะ (ญี่ปุ่น) -> สนามบิน Minapolis St.paul (Minesota, USA) ระยะเวลาที่ใช้ประมาณ 13 ชั่วโมง

กลับมาเล่าต่อ พอเปลี่ยนเครื่องเราก็เกือบตกเครื่องอีกแล้ว คราวนี้ไม่ใช่แค่ 3 คน แต่เป็นกลุ่มเราเลย เพราะว่าเนื่องจากเครื่องเราบินวนอยู่กลางอากาศนาน ก็เลยทำให้พอเราลงเครื่องแล้วก็เรียกได้ว่าวิ่งเพื่อไป เข้าเกตเลยทีเดียว (โหยประสบการณ์ไปเมืองนอกครั้งแรกนี่มันสุดยอดจิงๆ - -" แต่มีสุดยอดกว่านี้อีกเรื่องเกี่ยวกับเครื่องบินเนียะไว้จะเล่าให้ฟังทีหลัง) หลังจากมาที่เกตแล้วเราก็ต้องมารวมพลกันก่อนเข้าเครื่องนับว่าหายไปเข้าผิดเกตรึเปล่า ??? พอรวมพลกันครบแล้วก็เข้าเครื่องบินกันเลย ก็ปรากฏว่ากลุ่มเราเป็นกลุ่มสุดท้ายที่จะไปกับเครื่องบินลำนี้ - -" พอขึ้นเครื่องก็มีแต่คนมองด้วยรังสีอำมหิต (ประมาณว่าเธอทำให้ชั้นช้าแล้วนะ หรือว่าชั้นรอพวกเธอนานมากเลยนะ ว่าเข้าไปนั่น) แต่เราก็เดินหาที่นั่งไปเรื่อยๆละค่ะ หุหุ

สำหรับเครื่องบินลำนี้ก็เป็น Nortwest Airbus รุ่นใหญ่กว่าลำก่อนมากมาย เพราะว่าที่นั่งจะนั่งสบายขึ้นนิดนึง (หึหึ) แอนเบาะได้มากขึ้นหน่อย เพราะว่าต้องนอนละแต่ก็ไม่ได้สบายอะไรมากมาย ไม่เหมือน Business อีกแล้ว เพราะว่าที่นั่งเค้าปรับเป็นแบบเบาะนอนได้ แถมมีที่กันแสงตรงส่วนหัวด้วย ประมาณว่าสร้างบรรยากาศในการนอนสุดๆ น่าอิฉามากมาย แต่ราคาก็คงจะแพงขึ้นไปอีก กลับมาว่าที่นั่งของเราต่อ ที่นั่งที่เราได้คราวนี้เรียกว่าอยู่ที่ส่วนหางเลย หางจริงๆ เรานั่งเป็นแถวที่สอง หรือว่าสามนี่แหละ นับจากท้าย ก็ใช้ได้ทีเดียว แต่ถือว่าได้ที่นั่งที่เราได้ ค่อนข้างสะดวกเพราะว่าเรานั่งตอนกลาง ของเครื่องมีคนนั่งด้วยอีกสี่คน เรานั่งริมขวาสุด เดินออกไปเข้าห้องสบายเลย - -" คนที่นั่งข้างเราเป็นคนเกาหลี (สังเกตจากหนังที่เค้าดูเป็นซับเกาหลี เค้าเอา notebook ติดตัวมาด้วยสงสัยจะเพื่อการนี้โดยเฉพาะเลยทีเดียว) แต่เครื่องบินลำนี้ที่เรานั่งคราวนี้ไม่มีทีวีส่วนตัวอีกต่อไป - -" ก็เลยต้องดูทีวีรวม ซึ่งด้วยความที่เรานั่งเกือบท้ายสุดมันก็ไกล ก็เลยดูบ้างไม่ดูบ้าง นอนบ้าง อ่านหนังสือบ้าง (หนังสือเริ่มมีประโยชน์แล้วเห็นไหม) ฟังเพลงบ้าง กินขนมอีกแล้ว แล้วก็ตื่นมาตอนที่เค้าเสิร์ฟอาหารให้ ก็นั่งอย่างเนียะไปประมาณ 13 ชั่วโมง ไม่ค่อยได้คุยกะใคร เพราะว่าเพื่อนที่มาก็หลับเอาเป็นเอาตายมาก - -" หลับอย่างเดียวเลย ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าหลับไปได้ไงเนียะ ตื่นเฉพาะเวลากินข้าวเท่านั้นเลย นั่งก็แล้ว ตื่นก็แล้วยังไม่ถึงพื้นดินสักที ก็คิดเหมือนกันว่าถ้าเครื่องบินตกลงไปในมหาสมุทรแปซิฟิกจะเป็นไรไหม น้ำเย็นมากไหม จะตายเลยไหม จะโดนปลาฉลามกัดไหม อันนี้เรียกว่าฟุ้งซ่าน (ฮา) แอบแซวแอร์ช่วงนี้หน่อย ส่วนใหญ่จะเป็นฝรั่งตัวใหญ่มาก สงสัยคงต้องใช้พลังงานเยอะ แล้วก็ต้องมีประสบการณ์ด้วย จะเห็นได้จากหน้าตาของแอร์ฝรั่งกะญี่ปุ่นต่างกันเลย แอร์ญีปุ่นก็ยังคงสไตล์เดิม ตัวเล็กๆ หน้าตาน่ารักเชียว

หลังจาก 13 ชั่วโมงผ่านไป เครื่องบินก็เตรียมตัวร่อนลงสู่พื้นดินสักที มันช่างยาวนานนัก - -" ช่วงจังหวะลงก็สุดยอด เนื่องจากนั่งท้ายเครื่อง เวลาลงจอดมันก็เลยกระแทกรุนแรงสักหน่อยพอให้ตื่นเต้นมากกว่าลำที่แล้ว ก่อนลงเครื่อง แอร์จะแจกเอกสารในเพื่อให้เรากรอกตอนจะผ่านตม. ของอเมริกา ถ้าไม่ได้ก็ไปเอาที่สนามบินได้ค่ะ ไม่เป็นไร ขอเค้าแบบที่เป็นภาษาอังกฤษนะค่ะ เพราะว่ามีแจกทั้งภาษาอังกฤษ และญี่ปุ่นเลย กรอกรายละเอียดในส่วนที่เรากรอกได้ไปก่อน (ถึงตอนนี้ปากกาเราก็มีประโยชน์แล้ว ควรจะมีพกไปด้วย 1 ด้ามนะค่ะ)

ในที่สุดเราก็มาถึงอเมริกากันแล้วค่ะ ไว้ entry หน้าจะมาเล่าเรื่องตอนผ่านตม.ให้ฟังนะค่ะ ><

Favourites